
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ กรุงปักกิ่ง นายหวัง อี้ กรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เข้าร่วมและขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของการจัดการประชุมผู้นำความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation) ครั้งแรก โดยมีคณะผู้แทนทางการทูตจาก 5 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงประจำประเทศจีน ตลอดจนนักการเมืองจากกลุ่มประเทศอาเซียน องค์การระหว่างประเทศ และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น รวมทั้งสถาบันคลังสมองเข้าร่วมเป็นเกียรติในวาระดังกล่าว
โดยนายหวัง อี้ กล่าวว่า ประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้างทั้ง 6 ประเทศ ต่างดื่มน้ำร่วมสายนที ผูกพันมิตรไมตรีร่วมโชคชะตา ณ วันนี้เมื่อ 10 ปีก่อน คือจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง อันเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสามัคคีเพื่อความแข็งแกร่งและการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีน และผู้นำประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศต่างยึดถือวัฒนธรรมล้านช้าง–แม่โขงที่ว่า “ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม ช่วยเหลือกันอย่างจริงใจ และใกล้ชิดดั่งครอบครัวเดียวกัน” และยึดมั่นในจิตวิญญาณล้านช้าง–แม่โขงที่ว่า “ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเป็นอันดับแรก ปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียม ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ และเปิดกว้างอย่างครอบคลุม” จนสร้าง “ความเร็วล้านช้าง–แม่โขง” ที่มีความก้าวหน้าทุกวัน มีผลลัพธ์ทุก ๆ เดือน และยกระดับทุก ๆ ปี ความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขงได้เติบโตจากเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ กลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่าน และได้สร้างแบบฉบับให้แก่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา โชคชะตาร่วมกันของกลุ่มประเทศล้านช้าง-แม่โขงได้หลอมรวมกันอย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น ทั้งยังประสบความสำเร็จในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันในระดับทวิภาคีอย่างครอบคลุม พลวัตแห่งการเติบโตแผ่ขยายอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าทางการค้าระหว่างจีนกับ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขงสูงกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 150 เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้า ในขณะที่กลไกด้านความมั่นคงได้รับการเสริมสร้างให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นขึ้น โดยมีการผนึกกำลังในด้านการป้องกัน การบรรเทาสาธารณภัย การสาธารณสุข และสาขาอื่นๆ ซึ่งช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและวัฒนธรรมยังส่งผลให้เกิดความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยมีการบังคับใช้ "วีซ่าล้านช้าง-แม่โขง" รวมถึงโครงการเป้าหมายขนาดเล็กแต่เปี่ยมด้วยคุณค่าอย่าง "ฤดูกาลเก็บเกี่ยวแห่งล้านช้าง-แม่โขง" และ "ปฏิบัติการกระแสธารแห่งชีวิต" ที่สัมฤทธิผลอย่างโดดเด่น ทำให้สะพานแห่งการเรียนรู้ทางอารยธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างจิตใจของประชาชนนับวันจะกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายหวัง อี้ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขงสามารถพัฒนาอย่างรุ่งเรืองได้ กุญแจสำคัญอยู่ที่การยึดมั่นในมิตรภาพฉันเพื่อนบ้านและการมีอนาคตร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การยึดมั่นในการมุ่งเน้นการพัฒนาและการสร้างประโยชน์แก่ประชาชน และการยึดมั่นในการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการทดลองนำร่อง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความวุ่นวาย และในขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคกำลังเริ่มต้นศักราชใหม่ของการสร้างชาติ เราควรเสริมสร้างการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ ร่วมกันสร้างความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง เวอร์ชัน 2.0 เพื่อเป็น “แบบอย่างล้านช้าง–แม่โขง” ให้กับการกำกับดูแลโลก
ทั้งนี้ จำเป็นต้องสร้างล้านช้าง-แม่โขงแห่งความสามัคคีและความร่วมมือ ส่งเสริมค่านิยมเอเชียที่เน้นสันติภาพ ความร่วมมือ การเปิดกว้าง และการโอบรับจากทุกฝ่าย ตลอดจนเร่งรัดการจัดตั้งสำนักงานเลขาธิการว่าด้วยความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง จำเป็นต้องสร้างล้านช้าง-แม่โขงแห่งการเปิดกว้างและการได้ประโยชน์ร่วมกัน ผลักดันความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานล้านช้าง-แม่โขงในทุกมิติ สำรวจการดำเนินความร่วมมือแบบ "หลายประเทศหลายนิคม" และกระชับความร่วมมือ "ระเบียงการค้าทางบกและทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่" ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จำเป็นต้องสร้างล้านช้าง-แม่โขงที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมสีเขียว ผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการบริหารจัดการระบบนิเวศ ส่งเสริมการลงทุนในสาขาพลังงานใหม่ และสร้างห่วงโซ่คุณค่าสีเขียวในระดับภูมิภาค จำเป็นต้องสร้างล้านช้าง-แม่โขงที่มีการเรียนรู้ทางอารยธรรมซึ่งกัน เร่งรัดการสร้างพันธมิตรความร่วมมือเมืองท่องเที่ยวล้านช้าง-แม่โขง กระชับความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนและสถาบันคลังสมองอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขยายการไปมาหาสู่กันระหว่างบุคคล อันรวมไปถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างกันของเยาวชน จำเป็นต้องสร้างล้านช้าง-แม่โขงที่เปี่ยมด้วยสันติภาพและความสงบสุข เสริมสร้างความร่วมมือในการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งหมด เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การพนันออนไลน์และขบวนการต้มตุ๋นทางโทรศัพท์ ดำเนินโครงการ "ปฏิบัติการล้านช้าง-แม่โขงเพื่อปลอดภัย" รวมทั้งการปฏิบัติการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายร่วมกันในพื้นที่แม่น้ำโขงให้มีประสิทธิภาพ
นายหวังอี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ณ จุดบรรจบแห่งการเริ่มต้นใหม่นี้ ประเทศจีนจะยังคงยึดมั่นในแนวคิดการทูตเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร จริงใจ เอื้อประโยชน์ และครอบคลุม พร้อมร่วมมือกับ 5 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เปิดฉาก “ทศวรรษทองคำ” ใหม่ของกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง ตลอดจนรังสรรค์ถิ่นพำนักอันผาสุกแห่งล้านช้าง-แม่โขงให้เป็นดินแดนแห่งสันติภาพ ความสถาพร ความรุ่งเรือง ความงดงาม และมิตรภาพ เพื่อร่วมอุทิศ "พลังแห่งล้านช้าง-แม่โขง" ในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและการพัฒนาอันยั่งยืนของภูมิภาคและมวลมนุษยชาติ
นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน ในนามของประเทศประธานร่วมกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ได้กล่าวสุนทรพจน์ยกย่องความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ตลอดทศวรรษแห่งความร่วมมือ พร้อมแสดงความชื่นชมต่อบทบาทอันโดดเด่นของฝ่ายจีนที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้แก่กรอบความร่วมมือนี้ อีกทั้งได้เรียกร้องให้ทุกประเทศกระชับพันธมิตรแห่งความสามัคคี เพื่อร่วมกันรังสรรค์ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้าง ให้ก้าวไปสู่ความปลอดภัย ความบริสุทธิ์ของสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนที่สถาพรยิ่งขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ นายหวัง อี้ พร้อมด้วยคณะผู้แทนทางการทูตจาก 5 ประเทศลุ่มน้ำโขงและแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันชมนิทรรศการแสดงผลสำเร็จของความร่วมมือแม่โขง-ล้าน โดยในที่ประชุมได้มีการเผยแพร่รายงาน 2 ฉบับ ได้แก่ "การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้าง : วิสัยทัศน์ร่วมและวิถีแห่งการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม" และ "แผนแม่บทแห่งการเชื่อมโยง การพัฒนาร่วมกัน และการบูรณาการเชิงลึกของภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขงในทศวรรษหน้า"
กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เป็นกลไกความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาครูปแบบใหม่ที่ริเริ่มและจัดตั้งขึ้นโดยประเทศจีนร่วมกับกัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับไมตรีจิตแห่งความเป็นเพื่อนบ้านและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่าง 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง อันจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศลุ่มน้ำ ส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของกลุ่มประเทศล้านช้าง-แม่โขง ตลอดจนร่วมกันรักษาและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ผลักดันการพัฒนา และความรุ่งเรืองที่ยั่งยืนในภูมิภาคต่อไป
