หน้าหลัก > กระดานข่าว
สุนทรพจน์ของ ฯพณฯ หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ในกิจกรรมชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ ณ จังหวัดขอนแก่น เรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” ภายใต้โครงการ "กงสุลใหญ่จีนขอเชิญร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งภาพยนตร์จีน" (ฉบับเต็ม)
2026-08-07 18:42


เรียน

ผู้แทนจากหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดขอนแก่น

แขกผู้มีเกียรติ สุภาพสตรี และสุภาพบุรุษทุกท่าน

ในวันนี้ นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่เราได้มาร่วมเป็นพยาน ในการฉายรอบปฐมทัศน์ ณ จังหวัดขอนแก่น ของภาพยนตร์เรื่อง "จดหมายรักถึงอาม่า" ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำขึ้นในหลายพื้นที่ทั้งในประเทศจีนและประเทศไทย เปรียบประดุจจดหมายจากบ้านอันแสนอบอุ่นลึกซึ้งที่ส่งผ่านแผ่นฟิล์ม ถ่ายทอดเรื่องราวจากแผ่นดินแต้จิ๋วบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเล ข้ามผ่านสายน้ำจูเจียงมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ "จดหมายโพยก๊วน" เป็นแกนหลักในการร้อยเรียงเรื่องราว ถ่ายทอดเรื่องราวอันแสนประทับใจของชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นก่อนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเสี่ยงโชคทำงานในแถบหนานหยางหรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอดีต ซึ่งต่างมีความห่วงใยและคอยช่วยเหลือกันและกันกับครอบครัว การบอกเล่าเรื่องราวในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักความผูกพันนี้ ได้ร่วมกันร้อยรัดเป็นสายใยทางวัฒนธรรมอันเหนียวแน่นระหว่างจีนและไทย และใช้ความรู้สึกในชีวิตประจำวันอันละเอียดอ่อน ร้อยเรียงเป็นบทพิสูจน์อันมีชีวิตชีวาถึงความเชื่อมโยงทางจิตใจของประชาชนทั้งสองประเทศ จดหมายโพยก๊วนที่โชว์อยู่ในภาพยนตร์นั้น ได้แบกรับความโหยหาแผ่นดินเกิดของคนไกลบ้าน หล่อหลอมการตั้งตารอคอยของครอบครัวที่มีต่อคนไกล และยังสะท้อนให้เห็นถึงการหลอมรวมทางสายเลือด การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม และการมีชะตากรรมร่วมกันของทั้งจีนและไทย

การแลกเปลี่ยนผลงานด้านสื่อภาพยนตร์และโทรทัศน์ สามารถก้าวข้ามทั้งกาลเวลาและเขตแดนระหว่างประเทศ จนกลายเป็นส่วนสำคัญยิ่งในความร่วมมือภาคประชาชนและวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทย  ในช่วงหลายปีมานี้ ผลงานภาพยนตร์และละครของจีนและไทยต่างถูกนำไปฉายในประเทศของกันและกันมากยิ่งขึ้น ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและดึงรั้งจิตใจของประชาชนให้ขยับเข้ามาใกล้กัน ทั้งยังช่วยผลักดันให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างลึกซึ้ง เยาวชนจีนและไทยจำนวนไม่น้อยต่างเริ่มเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของกันและกันผ่านการดูละคร โดยหลอมรวมความสนใจส่วนตัวและการเติบโตในอนาคตเข้ากับภาพรวมแห่งมิตรภาพจีน-ไทย ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยมากมายได้ลงหลักปักฐานและสร้างประโยชน์ให้แก่จังหวัดขอนแก่นแห่งนี้ ทำให้วลีที่ว่า "จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน" ได้แสดงถึงพลังอันมีชีวิตชีวาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การติดต่อปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างเด่นชัดว่า จีนและไทยปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ สื่อสารกันด้วยหัวใจ ซึ่งช่วยหล่อหลอมความเชื่อใจกันท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ร่วมกันสร้างรากฐานที่มั่นคงแน่นอน และร่วมกันแต่งแต้มภาพความสำเร็จของการร่วมมือที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน

พี่น้องชาวจีนโพ้นทะเลและองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนทุกท่าน เปรียบเสมือนสะพานแห่งมิตรภาพระหว่างจีนและไทย ท่านเป็นผู้ปฏิบัติอย่างจริงในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางอารยธรรมระหว่างกัน ทุกท่านไม่เพียงรักและผูกพันกับบ้านเกิดเมืองน้องอย่างลึกซึ้งเท่านั้น แต่ยังหลอมรวมเข้ากับสังคมไทยด้วยความผูกพันอันลึกซึ้ง ใช้ความขยันหมั่นเพียร สติปัญญา และไมตรีจิต ในการสะท้อนให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของสายสัมพันธ์ซึ่ง "ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งผูกพัน" ระหว่างจีนและไทย สถานกงสุลใหญ่จีน ณ จังหวัดขอนแก่น จะยังคงให้การสนับสนุนการเติบโตขององค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างเต็มที่ต่อไป ผลักดันให้ทุกภาคส่วนของฝ่ายไทยและจีนร่วมมือกันอย่างแข็งขันยิ่งขึ้น ร่วมกันขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีนและไทย ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่ง ๆ ขึ้นไป

นอกจากนี้ ดิฉันขอขอบพระคุณ คุณบุญทอง เจนเวชประเสริฐ เป็นกรณีพิเศษ สำหรับการเอื้อเฟื้อ "จดหมายถึงครอบครัว" อันทรงคุณค่า ซึ่งได้นำมาจัดแสดงไว้ ณ โต๊ะนิทรรศการบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ในวันนี้ แผ่นกระดาษจดหมายที่เหลืองกรอบตามกาลเวลา และรอยหมึกที่ซีดจางลงในแต่ละบรรทัด ทำให้พวกเราสัมผัสได้โดยตรงว่า เรื่องราวบนจอภาพยนตร์นั้นเคยเกิดขึ้นจริง และอยู่ใกล้ตัวพวกเรา ความทรงจำอันมีค่าจากภาคประชาชนนี้ ถือเป็นข้อเท็จจริงอันมีชีวิตชีวาและทรงน้ำหนักที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้

มิตรสหายทุกท่าน “จดหมายโพยก๊วน” คือบันทึกเรื่องราวแห่งอดีต ในขณะเดียวกัน มิตรภาพจีน-ไทยก็กำลังเขียนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ในวันนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา สายสัมพันธ์จีน-ไทยล้วนมีแต่ข่าวอันน่ายินดี ในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และพระองค์ได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญร่วมกันในการส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-ไทย ถือเป็นการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลกประจำปี พ.ศ. 2569 และถือเป็นการเดินทางเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายลงนามในเอกสารความร่วมมือ 15 ฉบับ จากการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงไปจนถึงการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไปจนถึงการปฏิสัมพันธ์ทางเทคโนโลยี ความสัมพันธ์จีน-ไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยความลึกซึ้งและกว้างไกลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มิตรภาพของประชาชนที่ประจักษ์ผ่านจดหมายโพยก๊วนแต่ละฉบับ กับการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-ไทยภายใต้การนำของผู้นำทั้งสองประเทศในวันนี้ ได้ก้าวข้ามผ่านกาลเวลาและสถานที่ สอดประสานและส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างงดงาม

ประเทศไทยมีสุภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ขอให้พวกเราถือโอกาสจากการนัดหมายผ่านแสงและเงาแห่งภาพยนตร์ในครั้งนี้ ลิ้มรสและซึมซาบมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างประชาชนจีนและไทยอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยใช้เรือแห่งวัฒนธรรมและใช้ใบเรือแห่งสายใยมิตรภาพ ขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านสื่อภาพยนตร์ วัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว และสื่อมวลชนอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวอันงดงามแห่งมิตรภาพจีน-ไทย และร่วมกันรังสรรค์บทใหม่แห่งความสัมพันธ์จีน-ไทยในยุคสมัยใหม่ต่อไปค่ะ


Suggest To A Friend:   
Print